ความรู้สิ่งแวดล้อม 31/08/2026 07:11 น. 16 เข้าชม

5 เทคนิคทำแกลบให้แห้ง แม้ในฤดูฝน ลดความชื้นในพื้นคอกไก่ จัดการโรงเรือนได้ง่ายขึ้น

ผู้เขียนบทความ ผู้ดูแลระบบ BioDry
5 เทคนิคทำแกลบให้แห้ง แม้ในฤดูฝน ลดความชื้นในพื้นคอกไก่ จัดการโรงเรือนได้ง่ายขึ้น
ฤดูฝนเป็นช่วงที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ต้องใส่ใจกับการจัดการพื้นคอกมากเป็นพิเศษ เพราะความชื้นจากอากาศ ฝน และน้ำภายในโรงเรือน สามารถทำให้วัสดุรองพื้นอย่างแกลบชื้นและจับตัวเป็นก้อนได้ง่าย เมื่อพื้นคอกมีความชื้นสะสมมากขึ้น อาจนำไปสู่ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ การสะสมของมูล และสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือนที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การดูแลให้ แกลบและพื้นคอกแห้งอยู่เสมอ จึงเป็นส่วนสำคัญของการจัดการโรงเรือน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน

5 เทคนิคทำแกลบให้แห้ง แม้ในฤดูฝน ลดความชื้นในพื้นคอกไก่ จัดการโรงเรือนได้ง่ายขึ้น

               ฤดูฝนเป็นช่วงที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ต้องใส่ใจกับการจัดการพื้นคอกมากเป็นพิเศษ เพราะความชื้นจากอากาศ ฝน และน้ำภายในโรงเรือน สามารถทำให้วัสดุรองพื้นอย่างแกลบชื้นและจับตัวเป็นก้อนได้ง่าย เมื่อพื้นคอกมีความชื้นสะสมมากขึ้น อาจนำไปสู่ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ การสะสมของมูล และสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือนที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การดูแลให้ แกลบและพื้นคอกแห้งอยู่เสมอ จึงเป็นส่วนสำคัญของการจัดการโรงเรือน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน

ทำไมฤดูฝนจึงจัดการแกลบได้ยาก?

               ในช่วงที่อากาศชื้น ความชื้นในโรงเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันมูลไก่และน้ำจากระบบให้น้ำก็เป็นแหล่งความชื้นเพิ่มเติม หากระบายอากาศไม่เพียงพอ ความชื้นจะสะสมอยู่ในวัสดุรองพื้น ทำให้แกลบเปียก จับตัวเป็นก้อน และย่อยสลายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ สภาพพื้นคอกที่เปียกชื้นยังสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของก๊าซและกลิ่นจากการย่อยสลายของมูล เช่น แอมโมเนีย (NH₃) ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ควรควบคุมภายในโรงเรือน

5 เทคนิคทำแกลบให้แห้ง แม้ฝนตก
1. ควบคุมความชื้นตั้งแต่ต้นทาง หัวใจสำคัญคือ อย่านำแกลบที่มีความชื้นสูงมาใช้เป็นวัสดุรองพื้น ควรเลือกแกลบที่แห้งและเก็บรักษาในบริเวณที่สามารถป้องกันฝนและความชื้นจากพื้นได้ หากแกลบเปียกก่อนนำเข้าโรงเรือน ยิ่งทำให้ควบคุมความชื้นในภายหลังได้ยาก นอกจากนี้ ควรหมั่นตรวจสอบความชื้นของพื้นคอกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำหกหรือมีมูลสะสมมาก

2. รองพื้นด้วยวัสดุซับความชื้น การเลือกวัสดุรองพื้นที่เหมาะสมช่วยจัดการความชื้นภายในโรงเรือนได้ โดยควรเลือกวัสดุที่แห้ง สะอาด และเหมาะกับระบบการเลี้ยงหากพบว่าบริเวณใดมีความชื้นมากเป็นพิเศษ ควรรีบจัดการเฉพาะจุด ไม่ปล่อยให้พื้นเปียกสะสมเป็นเวลานาน

3. พลิกกลับและเกลี่ยแกลบสม่ำเสมอ การปล่อยให้แกลบจับตัวเป็นก้อนจะทำให้ความชื้นสะสมอยู่ภายในได้ง่าย จึงควร พลิก กลับ และเกลี่ยแกลบเป็นระยะ เพื่อช่วยให้วัสดุรองพื้นสัมผัสกับอากาศมากขึ้น และช่วยกระจายความชื้นไม่ให้สะสมอยู่เฉพาะจุด โดยเฉพาะบริเวณรอบจุดให้น้ำ ควรตรวจสอบและจัดการเป็นพิเศษ

4. เพิ่มการระบายอากาศในโรงเรือน ในฤดูฝน แม้อากาศภายนอกจะชื้น แต่การระบายอากาศภายในโรงเรือนยังมีความสำคัญอย่างมาก ควรบริหารระบบระบายอากาศให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและอายุของไก่ เพื่อช่วยนำความชื้นและก๊าซที่สะสมออกจากโรงเรือน ระบายอากาศดี = ช่วยควบคุมความชื้นและคุณภาพอากาศ แต่ต้องระวังไม่ให้เกิดลมโกรกหรือสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมกับไก่

5. ใช้ตัวช่วยจัดการความชื้นอย่างเหมาะสม ในบางระบบการเลี้ยง อาจเลือกใช้วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดซับความชื้น รวมถึงผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ที่ออกแบบมาสำหรับการจัดการพื้นคอก อย่างไรก็ตาม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลการใช้งานชัดเจน และใช้ตามอัตราและวิธีการที่ผู้ผลิตแนะนำ

ทำไม “แกลบ” จึงชื้นง่ายในช่วงฤดูฝน?  เมื่ออากาศมีความชื้นสูง วัสดุรองพื้นภายในโรงเรือนจะได้รับความชื้นจากหลายทาง ได้แก่

ความชื้นในอากาศ + มูลไก่ + น้ำจากระบบให้น้ำ + น้ำฝนที่อาจเข้าสู่โรงเรือน

               เมื่อความชื้นสะสมมากขึ้น จุลินทรีย์ที่ย่อยสลายอินทรียวัตถุสามารถทำงานได้มากขึ้น และอาจเกิดก๊าซต่าง ๆ จากกระบวนการย่อยสลาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีมูลสะสมและการระบายอากาศไม่เพียงพอ ดังนั้น การจัดการแกลบในฤดูฝนจึงไม่ควรเน้นเพียงการ “ทำให้แห้ง” แต่ควรเน้นที่ การป้องกันไม่ให้ความชื้นสะสมตั้งแต่แรก

พื้นคอกแห้ง ช่วยอะไรกับการเลี้ยงไก่? การรักษาพื้นคอกให้เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการโรงเรือนที่ดี เพราะช่วยให้สภาพแวดล้อมของไก่อยู่ในระดับที่เหมาะสมมากขึ้น ประโยชน์ที่คาดหวังจากการจัดการพื้นคอกอย่างเหมาะสม ได้แก่

  • ช่วยลดความชื้นสะสมในพื้นคอก
  • ช่วยควบคุมกลิ่นและก๊าซภายในโรงเรือน
  • ช่วยให้ไก่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
  • ช่วยให้การจัดการโรงเรือนง่ายขึ้น
  • สนับสนุนสุขภาพและประสิทธิภาพการเลี้ยง

               อย่างไรก็ตาม พื้นคอกแห้งไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดอัตราการตายของไก่ การลดความสูญเสียต้องดูแลร่วมกับคุณภาพลูกไก่ อาหาร น้ำ อุณหภูมิ การระบายอากาศ ความหนาแน่น สุขอนามัย และการควบคุมโรคด้วย

  • เช็กพื้นคอกทุกวัน ก่อนปัญหาจะลุกลาม เกษตรกรสามารถสร้างนิสัยง่าย ๆ ด้วยการตรวจพื้นคอกเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน
  • จุดที่ควรตรวจเป็นพิเศษ รอบถังหรือจุดให้น้ำ เป็นบริเวณที่มีโอกาสเปียกและเกิดความชื้นสะสมได้ง่าย
  • บริเวณที่แกลบจับตัวเป็นก้อน ควรพลิกหรือเกลี่ย และพิจารณาเปลี่ยนวัสดุที่เปียกมาก
  • บริเวณที่มูลสะสมหนา ควรจัดการก่อนที่ความชื้นและกลิ่นจะเพิ่มขึ้น
  • บริเวณที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ควรตรวจสอบการไหลเวียนของอากาศและปรับระบบให้เหมาะสม
  • เคล็ดลับสำคัญในวันที่ฝนตก อย่ารอให้แกลบเปียกแล้วค่อยแก้

               หากพบว่าพื้นคอกเริ่มชื้น ควรรีบหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร เช่น น้ำรั่ว น้ำหก ความชื้นจากมูล หรือการระบายอากาศไม่เพียงพอ แล้วแก้ที่ต้นเหตุ เพราะการเติมแกลบใหม่ลงไปบนพื้นคอกที่เปียกโดยไม่จัดการต้นเหตุ อาจช่วยได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น

               ฤดูฝนไม่จำเป็นต้องหมายความว่า พื้นคอกต้องเปียกและแกลบต้องชื้นเสมอไป หากวางระบบจัดการตั้งแต่ต้น ทั้งการเลือกแกลบที่แห้ง การป้องกันความชื้น การพลิกกลับแกลบ การจัดการจุดเปียก และการระบายอากาศที่เหมาะสม ก็สามารถช่วยควบคุมสภาพพื้นคอกให้เหมาะสมขึ้นได้ เพราะพื้นคอกที่ดี ไม่ได้เกิดจากแกลบอย่างเดียว แต่เกิดจาก “การจัดการที่ดีทุกวัน”

แกลบแห้ง + พื้นคอกเหมาะสม + อากาศถ่ายเทดี = สภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นสำหรับไก่ และจัดการฟาร์มได้ง่ายขึ้น

ผู้ดูแลระบบ BioDry

ทีมวิชาการและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอบแห้งทางชีวภาพและนวัตกรรมสีเขียว บริษัท ไบโอดราย (ประเทศไทย) จำกัด